สรุปเนื้อหาประวัติศาสตร์
มหาสงคราม (WW1), สงครามโลกครั้งที่ 2 (WW2) และ สงครามเย็น (Cold War)
เอกสารฉบับนี้จัดทำขึ้นเพื่อใช้เป็นฐานข้อมูลสำหรับการพัฒนาเว็บไซต์การเรียนรู้ประวัติศาสตร์แบบ Interactive โดยสรุปเนื้อหาสำคัญ ลำดับเหตุการณ์ และสอดแทรกแนวคิดในการออกแบบปฏิสัมพันธ์ (Interactive Ideas) เพื่อให้นักเรียนเข้าใจบริบททางประวัติศาสตร์ได้อย่างลึกซึ้ง
1. สงครามโลกครั้งที่ 1 (World War I: The Great War)
สาเหตุหลักของสงคราม (MAIN)
การแบ่งกลุ่มพันธมิตร (Alliance Systems)
กลุ่มมหาอำนาจกลาง (Central Powers)
*(อิตาลีเคยอยู่กลุ่มนี้แต่ถอนตัวออกไป)*
กลุ่มสัมพันธมิตร (Allied Powers)
(ต่อมา อิตาลี สหรัฐอเมริกา และประเทศอื่นๆ เข้าร่วมสมทบ)
รูปแบบการรบและอาวุธในสงครามโลกครั้งที่ 1
สงครามสนามเพลาะ (Trench Warfare)
กลยุทธ์หลักในแนวรบด้านตะวันตก ทหารขุดคูเป็นแนวยาวเพื่อกำบังตัว สภาพความเป็นอยู่เลวร้าย เกิดโรคระบาด
- No Man's Land (เขตปลอดทหาร): พื้นที่ว่างระหว่างสนามเพลาะของสองฝั่ง เต็มไปด้วยลวดหนามและหลุมระเบิด ระยะห่างบางจุดเพียง 25 หลา
- Trench Lines: แบ่งเป็นแนวหน้าสุด แนวสนับสนุน และแนวสำรอง ใช้ กล้องเพอริสโคป สอดแนม
อาวุธยุทโธปกรณ์ใหม่
อังกฤษนำมาใช้เพื่อฝ่าแนวลวดหนามและสนามเพลาะ
สังหารทหารราบจำนวนมาก เปลี่ยนรูปแบบการรบไปตลอดกาล
เช่น Handley Page Bomber เริ่มแรกใช้สอดแนม ต่อมาใช้ทิ้งระเบิด
แก๊สพิษ ทำให้ทหารต้องสวมหน้ากากกันแก๊ส
ผลของสงครามโลกครั้งที่ 1
สงครามยุติในปี 1918 โดยกลุ่มสัมพันธมิตรเป็นฝ่ายชนะ รัสเซียถอนตัวออกไปก่อนในปี 1917 เนื่องจากการปฏิวัติบอลเชวิค การเปลี่ยนแปลงหลังสงครามนำไปสู่ความขัดแย้งในอนาคต:
👑 การล่มสลายของ 4 จักรวรรดิยิ่งใหญ่
จักรวรรดิรัสเซีย, เยอรมัน, ออสเตรีย-ฮังการี และออตโตมัน (ตุรกี) ล่มสลาย เกิดประเทศใหม่ขึ้นมากมาย
📜 สนธิสัญญาสันติภาพที่ไม่เป็นธรรม
ที่สำคัญที่สุดคือ สนธิสัญญาแวร์ซายส์ (Treaty of Versailles) ที่ทำกับเยอรมนี บังคับให้เยอรมนีรับผิดชอบสงครามแต่ผู้เดียว เสียดินแดน ถูกจำกัดกองทัพ และจ่ายค่าปฏิกรรมสงครามมหาศาล นำไปสู่ความยากจนและความโกรธแค้น (นอกจากนี้ยังมีสนธิสัญญาอื่นๆ เช่น แซงต์แยร์แมงกับออสเตรีย, เนยยีกับบัลแกเรีย, แซฟส์กับตุรกี)
🕊️ การก่อตั้ง League of Nations (องค์การสันนิบาตชาติ)
จากแนวคิด 14 ประการของ ปธน.วูดโรว์ วิลสัน แห่งสหรัฐฯ เพื่อรักษาสันติภาพ แต่ล้มเหลวเพราะไม่มีกองกำลังทหาร และสหรัฐฯ ไม่ได้เข้าร่วม
🦅 การผงาดของลัทธิเผด็จการ
ความบอบช้ำทางเศรษฐกิจทำให้เกิดผู้นำเผด็จการเบ็ดเสร็จ เช่น เบนิโต มุสโสลินี (พรรคฟาสซิสต์ - อิตาลี) และ อดอล์ฟ ฮิตเลอร์ (พรรคนาซี - เยอรมนี)
2. สงครามโลกครั้งที่ 2 (World War II)
สองขั้วมหาอำนาจในสงครามโลกครั้งที่ 2
Axis Powers (ฝ่ายอักษะ)
มหาอำนาจเผด็จการมหาอำนาจเผด็จการที่ต้องการขยายดินแดนและอิทธิพล
Allied Powers (ฝ่ายสัมพันธมิตร)
มหาอำนาจต่อต้านการรุกรานมหาอำนาจที่รวมตัวกันเพื่อต่อต้านการรุกรานของอักษะ
สาเหตุหลักของสงครามโลกครั้งที่ 2
1. สนธิสัญญาสันติภาพที่ไม่เป็นธรรม
เยอรมนีโกรธแค้นสนธิสัญญาแวร์ซายส์ที่ทำลายเศรษฐกิจและศักดิ์ศรีของตน ฮิตเลอร์ใช้จุดนี้ปลุกระดมลัทธิชาตินิยม
2. ความล้มเหลวของสันนิบาตชาติ
ไม่สามารถหยุดยั้งการรุกรานประเทศอื่นได้ เช่น อิตาลีบุกเอธิโอเปีย (อะบิสซิเนีย), ญี่ปุ่นบุกแมนจูเรียของจีน
3. ลัทธิชาตินิยมและทหารนิยม
ญี่ปุ่นมองตนเองเป็นเผ่าพันธุ์ที่เหนือกว่า มุ่งกำจัดอิทธิพลชาติตะวันตกในเอเชีย ส่วนเยอรมนีเชื่อเรื่องความบริสุทธิ์ของสายเลือดอารยัน
4. ความขัดแย้งทางอุดมการณ์
โลกเสรีประชาธิปไตยปะทะกับเผด็จการเบ็ดเสร็จ (เช่น ฝรั่งเศสแตกเป็น ฝรั่งเศสเขตวีชีที่นิยมเผด็จการ และฝรั่งเศสเสรีที่นำโดย ชาร์ล เดอ โกลล์)
ความขัดแย้งบริเวณ Polish Corridor (ฉนวนโปแลนด์) ซึ่งเป็นดินแดนที่เยอรมนีถูกแบ่งให้โปแลนด์ตามสนธิสัญญาแวร์ซายส์ ฮิตเลอร์ขอสร้างถนนผ่านเพื่อไปปรัสเซียตะวันออก แต่อังกฤษและฝรั่งเศสคัดค้าน ฮิตเลอร์จึงทำสนธิสัญญาไม่รุกรานกับสหภาพโซเวียต และตัดสินใจบุกโปแลนด์ในวันที่ 1 กันยายน 1939 ด้วยยุทธวิธี Blitzkrieg (สงครามสายฟ้าแลบ) ทำให้อังกฤษและฝรั่งเศสประกาศสงครามกับเยอรมนี สงครามโลกครั้งที่ 2 จึงปะทุขึ้น (จากนั้นเยอรมนีและโซเวียตได้แบ่งโปแลนด์กันตามข้อตกลงลับ)
จุดเปลี่ยนสำคัญของสงคราม
การโจมตีเพิร์ลฮาร์เบอร์ (Pearl Harbor)
ญี่ปุ่นจู่โจมฐานทัพเรือสหรัฐฯ ในฮาวายอย่างฉับพลัน ทำให้สหรัฐฯ ประกาศเข้าร่วมสงครามอย่างเป็นทางการ (ในแนวรบแปซิฟิก ญี่ปุ่นใช้ยุทธวิธี กามิกาเซ่ - Kamikaze ขับเครื่องบินพลีชีพพุ่งชนเรือรบ เช่น เหตุการณ์โจมตีเรือ USS Bunker Hill)
D-Day (วันยกพลขึ้นบกที่นอร์มังดี)
(Operation Overlord) กองกำลังสัมพันธมิตรยกพลขึ้นบกครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ที่ชายหาดนอร์มังดี ประเทศฝรั่งเศส นำโดยนายพล ดไวต์ ดี. ไอเซนฮาวร์ เป็นจุดเริ่มต้นของการปลดปล่อยยุโรปตะวันตกจากนาซี
การทิ้งระเบิดปรมาณู
สหรัฐฯ ทิ้งระเบิดปรมาณู 2 ลูกใส่ญี่ปุ่นเพื่อยุติสงคราม (ลูกแรก "Little Boy" ทิ้งที่ฮิโรชิม่า 6 ส.ค. 1945 / ลูกสอง "Fat Man" ทิ้งที่นางาซากิ 9 ส.ค. 1945 โดยเครื่องบิน Enola Gay นำโดย นาวาเอก พอล ทิบเบ็ตส์) นำไปสู่การยอมจำนนของญี่ปุ่นอย่างไม่มีเงื่อนไข
การสิ้นสุดสงครามและผลกระทบ
🚢 การยอมจำนนของฝ่ายอักษะ
อักษะพ่ายแพ้ ญี่ปุ่นต้องลงนามยอมจำนนบนเรือรบมิสซูรี (2 ก.ย. 1945) ภายใต้การควบคุมของนายพล ดักลาส แมคอาร์เธอร์ ญี่ปุ่นถูกสั่งปิดประเทศและลดกำลังทหาร
🧱 การแบ่งเยอรมนีและกรุงเบอร์ลิน
เยอรมนีและกรุงเบอร์ลินถูกแบ่งออกเป็น 2 ส่วน (ตะวันตก/ตะวันออก) ควบคุมโดย 4 มหาอำนาจ
🌍 กำเนิดสองอภิมหาอำนาจขั้วใหม่
สหรัฐอเมริกาและสหภาพโซเวียตก้าวขึ้นมาเป็นมหาอำนาจขั้วใหม่ของโลก และนำไปสู่ยุคสงครามเย็น
🌐 กำเนิด United Nations (องค์การสหประชาชาติ)
เกิด United Nations (องค์การสหประชาชาติ) เพื่อรักษาสันติภาพแทนสันนิบาตชาติที่ล้มเหลว (มีกองกำลังของตนเอง)
3. สงครามเย็น (Cold War)
การเปรียบเทียบสองขั้วอุดมการณ์
ค่ายโลกเสรีประชาธิปไตย (นำโดย USA)
โลกเสรีผู้นำยุคเริ่ม: แฮร์รี เอส. ทรูแมน (Harry S. Truman)
อุดมการณ์: ประชาธิปไตย และ ทุนนิยมเสรี
ประกาศนโยบายต่อต้านและสกัดกั้นการขยายตัวของคอมมิวนิสต์ทุกรูปแบบทั่วโลก (Containment Policy) เริ่มต้นจากการช่วยกรีซและตุรกี
โครงการมอบเงินช่วยเหลือฟื้นฟูเศรษฐกิจยุโรปหลังสงคราม (EEC) เพื่อป้องกันไม่ให้ประเทศเหล่านั้นยากจนจนตกเป็นเหยื่อคอมมิวนิสต์
องค์การพันธมิตรทางทหารของฝ่ายโลกเสรี (หากโซเวียตโจมตีชาติใดชาติหนึ่ง ถือว่าโจมตีทุกชาติ)
ค่ายคอมมิวนิสต์ (นำโดย USSR)
คอมมิวนิสต์ผู้นำยุคเริ่ม: โจเซฟ สตาลิน (Joseph Stalin)
อุดมการณ์: คอมมิวนิสต์ และ เศรษฐกิจแบบวางแผนส่วนกลาง
เข้าครอบงำยุโรปตะวันออกให้เป็นรัฐบริวาร ปิดกั้นด้วย "ม่านเหล็ก" (Iron Curtain)
การช่วยเหลือและฟื้นฟูเศรษฐกิจระหว่างประเทศในกลุ่มคอมมิวนิสต์ เพื่อตอบโต้แผนมาร์แชลของสหรัฐฯ
องค์การพันธมิตรทางทหารของค่ายคอมมิวนิสต์ ตั้งขึ้นเพื่อคานอำนาจกับ NATO
สงครามตัวแทน (Proxy Wars)
เนื่องจากทั้งสองฝ่ายมีอาวุธนิวเคลียร์ จึงหลีกเลี่ยงการรบกันโดยตรง และหันไปสนับสนุนฝ่ายที่ฝักใฝ่อุดมการณ์ของตนในประเทศที่เกิดความขัดแย้งแทน:
สงครามกลางเมืองกรีซ
การต่อสู้ระหว่างฝ่ายขวา (รบ.ประชาธิปไตย หนุนโดยสหรัฐฯ และอังกฤษ) และฝ่ายซ้าย (กองกำลังคอมมิวนิสต์ หนุนโดยยูโกสลาเวียและแอลเบเนีย) เป็นจุดกำเนิดของวาทะทรูแมน
Korean War (สงครามเกาหลี) 1950-1953
แบ่งประเทศที่ เส้นขนานที่ 38 องศาเหนือ (เกาหลีเหนือ-คอมมิวนิสต์ / เกาหลีใต้-ประชาธิปไตย)
Vietnam War (สงครามเวียดนาม) 1955-1975
แบ่งประเทศที่ เส้นขนานที่ 17 องศาเหนือ จบลงที่ฝ่ายคอมมิวนิสต์ชนะและรวมประเทศได้
วิกฤตการณ์สำคัญในสงครามเย็น
1. วิกฤตการณ์เบอร์ลิน และ Berlin Wall (กำแพงเบอร์ลิน)
หลัง WW2 เบอร์ลินถูกแบ่งเป็น 4 ส่วน ต่อมาโซเวียตปิดล้อมเบอร์ลิน (Berlin Blockade 1948) สหรัฐฯ จึงใช้เครื่องบินทิ้งเสบียงช่วยเหลือ (Berlin Airlift)
ต่อมาในปี 1961 ชาวเยอรมันตะวันออกอพยพหนีไปฝั่งตะวันตกจำนวนมาก โซเวียตจึงสร้าง "กำแพงเบอร์ลิน" ขึ้นกั้นกลางเมืองอย่างเด็ดขาด กลายเป็นสัญลักษณ์ของการแบ่งแยกในยุคสงครามเย็น (มีจุดข้ามแดนที่มีชื่อเสียงคือ Checkpoint Charlie)
2. วิกฤตการณ์ขีปนาวุธคิวบา (Cuban Missile Crisis, 1962)
จุดที่โลกเข้าใกล้ "สงครามนิวเคลียร์" มากที่สุด เครื่องบิน U-2 ของสหรัฐฯ พบว่าโซเวียตแอบสร้างฐานปล่อยขีปนาวุธในคิวบา (ผู้นำ ฟิเดล คาสโตร)
ประธานาธิบดี จอห์น เอฟ. เคนเนดี (JFK) สั่งนำเรือรบปิดล้อมคิวบา เผชิญหน้ากับกองเรือโซเวียตของ นิกิตา ครุสชอฟ กินเวลาตึงเครียด 14 วัน ก่อนเจรจาตกลงถอยคนละก้าว (โซเวียตถอนขีปนาวุธ สหรัฐฯ สัญญาจะไม่บุกคิวบา)
การผ่อนคลายและการสิ้นสุดสงครามเย็น
ช่วงผ่อนคลายความตึงเครียด: ยุค DÉTENTE
ความตึงเครียดเริ่มลดลงในยุค DÉTENTE (ช่วงผ่อนคลายความตึงเครียด) มีการทำสนธิสัญญาจำกัดอาวุธทางยุทธศาสตร์ (SALT I) และความร่วมมือด้านอวกาศ (Apollo-Soyuz) ระหว่าง ปธน.นิกสัน และ เลโอนิด เบรจเนฟ แต่ยุคนี้จบลงเมื่อโซเวียตบุกอัฟกานิสถาน (1979)
นโยบายก้าวร้าวของสหรัฐฯ
ปธน. โรนัลด์ เรแกน (Ronald Reagan) กดดันโซเวียตหนักขึ้นผ่านโครงการ Star Wars (SDI) สร้างระบบป้องกันขีปนาวุธจากอวกาศ บีบให้โซเวียตต้องใช้เงินมหาศาลในการแข่งขันทางทหารจนเศรษฐกิจพัง
การปฏิรูปของ มิคาอิล กอร์บาชอฟ
ผู้นำโซเวียตคนสุดท้าย ออกนโยบายเพื่อแก้ปัญหาเศรษฐกิจและการเมือง:
- Glasnost (กลาสนอสต์): นโยบาย "เปิดกว้าง" ให้เสรีภาพสื่อ ยอมรับความผิดพลาดในอดีต (เช่น ยุคสตาลิน) เปิดพื้นที่แสดงความเห็น
- Perestroika (เปเรสทรอยกา): นโยบาย "ปรับโครงสร้าง" เศรษฐกิจให้เป็นทุนนิยมเสรีมากขึ้น และกระจายอำนาจประชาธิปไตย
การล่มสลายของสัญลักษณ์และขั้วอำนาจ
นโยบายของกอร์บาชอฟทำให้รัฐบริวารในยุโรปตะวันออกกล้าปลดแอกตัวเอง ในวันที่ 9 พฤศจิกายน 1989 กำแพงเบอร์ลินพังทลายลง เยอรมนีรวมประเทศในปี 1990 และในที่สุด สหภาพโซเวียตล่มสลาย สิ้นสุดสงครามเย็น